๔. พระปฐมเจดีย์ องค์ดั้งเดิมที่ถูกครอบอยู่ภายในองค์ปัจจุบัน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ หรือหลัง พ.ศ.๑๑๐๐ ๒๓ สมัยสุโขทัยเรียกว่า พระมหาธาตุหลวงบ้าง มหาธาตุหรือพระธาตุหลวงบ้าง หมายถึง สถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และยังถือเป็นคติสืบมาเป็นเจดีย์พระธาตุจนถึงปัจจุบัน ๒๔
เจดีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัดนครราชสีมาเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีสถานที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลาง จุดเชื่อม ประตูสู่อีสานและอินโดจีน ๒๕ แม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ก็ตาม แต่มีศิลปะสถาปัตยกรรมหลงเหลืออยู่ให้ศึกษาน้อยมากโดยเฉพาะที่เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ พบเพียงซากเนินดินและซากของพระอุโบสถ
๑. สถูปเจดีย์ที่เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา พบหลายแห่ง ฐานและชิ้นส่วนพระพุทธรูปสมัยทวารวดี และเสมาหินต่าง ๆ แบบทวารวดี ชี้ให้เห็นว่าเป็นชุมชนที่นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ แล้ว๒๖
๒.โบราณสถานอุ่มญาคู บ้านสระ ตำบลคันธารราษฎร์ เขตเมืองโบราณกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นอาคารก่อด้วยอิฐ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหลังก่อเป็นแท่นยกพื้นคล้ายฐานชุกชีแต่มีสภาพพังทลายมาก ด้านข้างมีใบเสมาปักอยู่ ลักษณะเหมือนเป็นอุโบสถโบราณ สันนิษฐานว่าโบราณสถานอุ่มญาคู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔- ๑๖ ศิลปะสมัยทวารวดี ๒๗
นิยมมีส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายกับมุขหรือจระนำทั้งสี่ด้าน เหมือนที่พบในภาคกลางต่างแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น
เจดีย์ภาคเหนือ
พระพุทธศาสนาได้เข้าไปตั้งมั่นบริเวณภาคเหนือของไทย อย่างน้อยตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ สมัยพระนางจามเทวีพร้อมคณะบุคคล มีคณะพระสงฆ์และคณะช่างฝีมือ มาตั้งเมืองในภาคเหนือโดยเฉพาะเมืองหริภุญไชยจนมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา ๒๘ มีการพัฒนาสืบเนื่องต่อมาอีกยาวนาน ทั้งได้ทิ้งร่องรอยมรดกทางวัฒนธรรมไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นจำนวนมาก
เมืองหริภุญไชย ๒๙ มีเจดีย์แบบทวารวดีระยะสุดท้ายให้ศึกษาเพียง ๔ แห่ง คือ เจดีย์ กู่กุด สุวรรณเจดีย์ รัตนเจดีย์และเจดีย์เชียงยัน เจดีย์กู่กุดและสุวรรณเจดีย์ ลักษณะเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยม ก่อด้วยศิลาแลงเป็นปิรามิดซ้อนขึ้นไป ๕ ชั้น แต่ละชั้น
๓.๒ ประติมากรรม
ประติมากรรมเป็นร่องรอยที่เหลืออยู่ และเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ถือเป็นหลักฐานโบราณคดีที่สำคัญยิ่ง ตามประวัติการทำประติมากรรม พบว่ามีการทำประติมากรรมดินเผามานานแล้วกว่า ๓,๐๐๐ ปี ๓๐ เป็นการสร้างขึ้นตามความเชื่อและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ในสมัยทวารวดี
ประติมากรรมดินเผาพบแพร่หลายบริเวณภาคกลาง เขตจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวน่าจะเป็นศูนย์กลางการผลิตประติมากรรมดินเผาขนาดเล็กในสมัยทวารวดี ต่อมาพบว่าแพร่หลายไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ส่วนภาคเหนือพบบริเวณเมืองลำพูนหรือเมืองหริภุญไชย ภาคใต้พบบริเวณเมืองยะรัง จังหวัดปัตตานี
ประติมากรรม ๓๑ หมายเอางานปั้นและงานแกะสลักจากวัสดุต่าง ๆ ประติมากรรมสมัยทวารวดีส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับศาสนา และเป็นผลงานประติมากรรมประเภทรูป
๓.๒.๑ประติมากรรมแบบสัญลักษณ์
จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ในประเทศไทยได้มีการค้นพบสัญลักษณ์ที่ใช้เป็นสิ่งเคารพแทนพระพุทธรูปจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่พระพุทธศาสนาเคยรุ่งเรืองมาก่อน เห็นได้จากการค้นพบรูปธรรมจักรและกวางหมอบศิลาจำนวนมาก เป็นสัญลักษณ์หมายถึงพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา เป็นคติตามแบบอินเดีย ลวดลายเครื่องประดับของรูปธรรมจักรมีฝีมือช่างคล้ายศิลปะคุปตะ สลักทั้งสองด้านธรรมจักร บางวงอาจเคยตั้งเหนือยอดเสากลางแจ้ง เพราะได้พบพระพุทธรูปสลักบนแผ่นศิลาที่เมืองคูบัว เป็นรูปพระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลางมีรูปจำลองสถูปอยู่ทางซ้าย และธรรมจักรบนยอดเสาอยู่ทางขวา ๓๒
จากการศึกษาพบว่ารูปหรือภาพสัญลักษณ์คล้ายกับธรรมจักรนั้น ได้มีมาแล้วตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๓ คือสัญลักษณ์ดอกบัวแทนตอนประสูติ สัญลักษณ์ต้นโพธิ์และบัลลังก์แทนตอนตรัสรู้ สัญลักษณ์ธรรมจักรกับกวางหมอบแทนตอนแสดงปฐมเทศนา สัญลักษณ์รูปสถูปเจดีย์แทนการปรินิพพาน เป็นต้น หลักฐานที่สำคัญปรากฏภาพสลักที่รั้วสถูปสาญจีและภารหุต ๓๓ ประเทศอินเดีย
พระธรรมจักร
ในศิลปะอินเดียสมัยต่อมา เช่นในสมัยอมราวดี(พุทธศตวรรษที่ ๖-๘) ถึงสมัยคุปตะ(พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๑) ถือเป็นต้นแบบให้กับศิลปะแบบทวารวดี ๓๕
ประเพณีและคตินิยมในการบูชาพระธรรมจักรนั้น เป็นคติที่สืบเนื่องมาจากความเคารพในพระบรมศาสดานั่นเอง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการจารึกคาถาหรือหลักธรรมสำคัญอื่น ๆ ด้วย หมายถึงการเคารพพระธรรมอันเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์
บริเวณจังหวัดนครปฐม พบธรรมจักรจำนวนมากกว่าที่อื่นประมาณกว่า ๓๐ วง ๓๖ มีหลายชิ้นที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ เฉพาะที่สมบูรณ์อย่างน้อย ๙ วง ๓๗ และส่วนมากมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นต้นมา เช่น ธรรมจักร เลขทะเบียนที่ ๖๒๔/๒๕๑๙ สมัยสมัยทวารวดี(พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖) เส้นผ่าศูนย์กลาง ๗๓ เซนติเมตร สูง ๘๒ เซนติเมตร พบที่วัดพระงาม อำเภอเมืองนครปฐม และ ธรรมจักร เลขทะเบียนที่ ๖๓๑/๒๕๑๙ สมัยทวารวดี เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖๕.๕ เซนติเมตร สูง ๗๐ เซนติเมตร พบที่ระเบียงคดขององค์พระปฐมเจดีย์
อารยธรรมทวารวดีนั้น ธรรมจักรและกวางหมอบพบแพร่หลายอย่างมาก กล่าวได้ว่า หากมีการค้นพบธรรมจักรหรือกวางหมอบในที่ใด ก็แสดงว่า ศิลปะทวารวดีได้แพร่ไปถึงดินแดนนั้นด้วย เนื่องจากไม่มีการพบธรรมจักรและกวางหมอบใน
